การเช็คความจุแบตเตอรี่ของ notebook ที่ใช้ Windows 10

ปัญหาหนึ่งที่ผู้ใช้งาน notebook เจออยู่บ่อย ๆ คือ “รู้สึกว่าเวลาถอดสายชาร์จแล้วใช้งานได้ไม่นานเหมือนตอนที่ซื้อมาใหม่ ๆ” 🤨 และปัญหานั้นก็มาจากความจุแบตเตอรี่มันลดลง หรือเรียกว่า “แบตเสื่อม” นั่นเอง

แล้วทีนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่า แบตของ notebook ที่เราใช้มันเสื่อมไปถึงไหนแล้ว สมควรจะไปเปลี่ยนแบตหรือยัง?

และเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจนิดหน่อยที่ Microsoft ไม่มี report การใช้งานแบตให้ดูได้ง่าย ๆ ผ่าน UI (User Interface) ทั้ง ๆ ที่มีการเก็บข้อมูลการใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างละเอียดเลย

คำสั่งที่ใช้เช็ค battery ของ Windows

แต่เราสามารถดูข้อมูลนี้ได้ จากการใช้คำสั่งที่ต้องพิมพ์เอา ผ่าน Command Prompt หรือ PowerShell โดยคำสั่งที่ใช้ก็คือ

powercfg /batteryreport

ซึ่งไฟล์ report ที่ได้จะอยู่ในโฟลเดอร์ตอนที่คุณใช้คำสั่งนั้น โดยปกติจะอยู่ที่ “C:\Users\your-username\” หรือไม่ก็ “C:\” เลย

หรืออาจกำหนดโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ report ให้คำสั่งด้วยก็ได้ โดยใช้คำสั่ง

powercfg /batteryreport /output "C:\Apps\battery_report.html"

การเรียกใช้ Command Prompt หรือ Windows PowerShell

สามารถทำได้โดยกดปุ่ม Windows (⊞) บนคีย์บอร์ด (หรือคลิกที่ปุ่ม Start) แล้วพิมพ์คำว่า cmd หรือ powershell ซึ่งที่จริงไม่ต้องพิมพ์เต็มคำก็ได้ เดี๋ยวระบบจะเสนอขึ้นมาให้เอง เราก็เลือก Command Prompt หรือ PowerShell ดังภาพด้านล่าง

พิมพ์ cmd แล้วกด Enter หากคุณต้องการเรียกใช้ Command Prompt
พิมพ์ powersh แล้วกด Enter หากคุณต้องการเรียกใช้ PowerShell

เมื่อเปิด Command Prompt หรือ PowerShell ขึ้นมาแล้ว ปกติระบบจะให้เราอยู่ที่โฟลเดอร์หลักของ user นั่นก็คือ “C:\Users\your-username” โดย “your-username” ก็คือชื่อที่คุณใช้ login เข้าใช้คอมฯ นั่นเอง

ตัวอย่างการใช้คำสั่งเช็คแบตเสื่อมผ่าน Command Prompt

จากนั้นก็พิมพ์คำสั่งลงไป หรือ copy จากบรรทัดล่างนี้ไปก็ได้

powercfg /batteryreport
ตัวอย่างคำสั่งตรวจสอบแบตเตอรี่ใน Command Prompt และที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องกำหนด /output ก็ได้

โดยไฟล์ report ที่ได้จะมีชื่อว่า battery_report.html และอยู่ที่ C:\Users\your-username ให้เราไปเปิดดูใน File Explorer แล้วดับเบิ้ลคลิกเพื่อเปิดดูได้เลย

ไฟล์ battery report ที่ได้จากการใช้คำสั่ง powercfg /batteryreport

ตัวอย่างการใช้คำสั่งเช็คแบตเสื่อมผ่าน PowerShell

พิมพ์คำสั่งลงไป หรือ copy จากบรรทัดล่างนี้ไปก็ได้ แต่รอบนี้เราจะลองให้แบบกำหนดโพลเดอร์ของ output file

powercfg /batteryreport /output "C:\battery_report.html"
ตัวอย่างคำสั่งตรวจสอบแบตเตอรี่ใน Windows PowerShell

ไฟล์ report ที่ได้จะมีชื่อว่า battery_report.html และอยู่ที่ไดรฟ์ C เลย

แต่ในภาพด้านล่างนี้จะต่างกันนิดหนึ่ง เพราะผมกำหนดให้มันอยู่ใน C:\Apps\\battery_report.html

แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เป็น Admin อาจจะพบปัญหาบ้าง หาก Admin ไม่อนุญาตให้คุณ save ข้อมูลลงไนไดรฟ์ C:\

ถ้าพบข้อความแบบนี้ แสดงว่า คุณไม่มีสิทธิเขียนข้อมูลลงในโพลเดอร์นั้น ๆ

การอ่าน report ที่ได้จากคำสั่งเช็คแบตเสื่อม

ส่วนแรกจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ computer ของคุณ

ส่วนที่ 2 จะเป็นข้อมูล battery ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องคุณ โดย Design Capacity คือความจุเต็มตอนซื้อแบตมาใหม่ ๆ อย่างของผมคือ 67,997 mWh ส่วนตรง Full Charge Capacity คือ ความจุตอนที่ชาร์จเต็มในปัจจุบัน ซึ่งของผมเป็น 46,238 mWh จะเห็นว่าลดลงมาเยอะมาก ๆ ถ้าเอามาคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะเห็นว่า ตอนนี้ความจุตอนชาร์จเต็มของผมอยู่ที่ 68% ของตอนที่ซื้อมาใหม่ ๆ เท่านั้นเอง

ในส่วนของ Recent usage ก็จะเป็นข้อมูลการใช้ notebook ของเรา 3 วันย้อนหลัง

ส่วน Battery usage จะเป็นกราฟและข้อมูลการใช้ battery ของเครื่องเราว่า กินไฟจากแบตเร็วแค่ไหน 3 วันย้อนหลัง

สำหรับหัวข้อ Battery capacity history จะเป็นประวัติว่า ชาร์จเต็มแต่ละครั้ง ได้ความจุเท่าไหร่

สำหรับเครื่องผมเห็นแล้วแอบตกใจนิดหนึ่ง คือราว ๆ เดือนกรกฎา เกิดอะไรขึ้นทำไมความจุมันลดลงแบบฮวบฮาบขนาดนั้น แต่ผ่านมาหลายปีแล้ว จำไม่ได้หรอก หรือเป็นช่วง Work From Home อันนี้ไม่แน่ใจเลย 😅

และหัวข้อสุดท้ายคือ Battery life estimates ก็จะเป็นค่าที่ระบบประเมินไว้ว่า ถ้าชาร์จเต็ม notebook เราจะใช้ได้นานเท่าไหร่ จากที่เห็นแถวสุดท้ายที่เขียนว่า Since OS Install ของผมอยู่ที่ 3 ชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ ส่วนตัวผมคิดว่า ค่อนข้างจะตรงตามที่ผมให้งานนะ งานเอกสารที่ต้องการ connect กับ server ตลอดเวลา แต่ถ้ามีวิเคราะห์ข้อมูลที่พัดลมหมุนดัง ๆ หน่อยก็จะหมดไวเป็นพิเศษ 😂

แล้วเครื่องของคุณ ๆ เป็นไงกันบ้างครับ 💬 comment ไว้แชร์ประสบการณ์กันได้นะ

การยืดอายุแบตเตอรี่

ส่วนตัวไม่รู้ว่า เรื่องพวกนี้จะช่วยได้แค่ไหน เพราะส่วนมากใช้แบบตามใจตนเองเลย แบบเสียบสายชาร์จตลอด หรือใช้จนหมดนั่นแหละ แล้วค่อยชาร์จ 🤣

อีกอย่างเราก็ไม่ค่อยสังเกตกันหรอกว่า ผู้ผลิตเขาใช้แบตประเภทไหนใน notebook ของเรา แต่ถ้าต้องเปลี่ยนแบตราคาแพงเอาเรื่องเหมือนกัน แต่ส่วนมากผมเชื่อว่าเปลี่ยนคอมฯ ไปเลย 😄 เพราะอาการที่จะรู้สึกก่อนแบตหมดไว คือ ช้า 🐌

  • อย่าให้อยู่ในที่ร้อน ซึ่งตรงนี้บางลักษณะงานทำอยาก เพราะบ้านเราอากาศมันร้อน
  • อย่าชาร์จเต็ม อันนี้อาจต้องใช้ software เข้ามาช่วย ให้มีประจุอยู่ราว ๆ 40 – 80% ของความจุ
  • อย่าให้แบตเหลือ 0% แล้วค่อยชาร์จ และอย่าพึ่งชาร์จ หากแบตยังลงไม่ถึง 80% ว่ากันว่า เริ่มชาร์จที่ 50% จนถึง 80% ดีที่สุด ลองอ่านจาก BU-808: How to Prolong Lithium-based Batteries
  • ให้ใช้จนแบตหมด (เครื่องดับไปเอง) 1 ครั้งแต่เดือนแล้วชาร์จให้เต็ม หรือเรียกว่า การคาริเบทแบตเตอรี่ (Battery calibration) ซึ่งทำเพื่อให้ระบบควบคุมการใช้งานแบต ที่มีอยู่ใน battery pack หรือใน mainboard แล้วรุ่น มีความแม่นยำในการให้ข้อมูลแบตเรา

ที่จริงเรื่องการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่มีหลายทฤษฏีอยู่เหมือนกัน เอาไว้มาแชร์อีกในโพสต์อื่นจะดีกว่า 😊

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.